เครื่องดูดฝุ่น น่าใช้ที่สุดของปีพร้อมวิธีเลือกซื้อ

by goodmaterial
เครื่องดูดฝุ่น

ตัวช่วยในการทำความสะอาดบ้านของพ่อบ้านแม่บ้านยุคนี้ต้องเป็น เครื่องดูดฝุ่น ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นที่ดีคือกุญแจสำคัญสำหรับบ้านที่สะอาด ดีของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ ดีไซน์ ราคา เทคโนโลยี แบตเตอรี่ ขนาดของเครื่อง หรือพื้นที่ที่เราจะทำความสะอาด Goodmaterial จึงรวบรวมวิธีการเลือกซื้อที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน พร้อมแนะนำเครื่องดูดฝุ่นที่น่าสนใจให้ทุกคนได้ไปเลือกช้อปกันอีกด้วย

ประเภทของ เครื่องดูดฝุ่น

1. เครื่องดูดฝุ่นทรงตั้ง 

เครื่องดูดฝุ่นทรงตั้ง หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบตรง (Upright Vacuums) เหมาะสำหรับการทำความสะอาดพรมได้อย่างล้ำลึกโดยเฉพาะรุ่นที่บรรจุถุง แต่ตัวเครื่องจะมีน้ำหนักค่อนข้างมากอาจจะเหนื่อยหน่อยเวลาใช้งาน และมีเสียงที่ดังกว่าเครื่องดูดฝุ่นประเภทอื่น ๆ

เครื่องดูดฝุ่น ทรงตั้ง

2. เครื่องดูดฝุ่นถังเก็บ

เครื่องดูดฝุ่นถังเก็บ หรือ เครื่องดูดฝุ่นแบบถังเก็บฝุ่น (Canister Vacuums) ทำความสะอาดพื้นเปล่า บันได หรือใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ดีกว่าเครื่องดูดฝุ่นทรงตั้ง บางรุ่นก็ใช้ได้ดีพอ ๆกับเครื่องดูดฝุ่นทรงตั้งในการทำความสะอาดพรม แต่ส่วนใหญ่จะเสียงเงียบกว่าและหัวจ่ายไฟแบบแยกก็ทำให้ดูเบาขึ้นเวลาใช้งาน

เครื่องดูดฝุ่น ถังเก็บ

3. เครื่องดูดฝุ่น ไร้สาย

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย (Cordless Stick Vacuums) เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมล่าสุดและประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดพรมและพื้นเปล่า การดูดขนสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังไม่มีสายไฟให้เป็นอุปสรรคขณะใช้งาน แถมใช้พื้นที่จัดเก็บน้อยกว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปมาก

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายนี้อาจมีราคาแพงและมักพบปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ที่พลังงานจะลดลงหรือหมดอายุการใช้งาน ซึ่งปัญหาดังกล่าวมักพบบ่อยในช่วงปีที่ห้าของการใช้งาน  เครื่องดูดฝุ่น ไร้สาย

4. เครื่องดูดฝุ่น มีสาย

เครื่องดูดฝุ่นมีสาย (Corded Stick Vacuums) มีความคล้ายกับเครื่องดูดฝุ่นทรงตั้งที่มีที่จับสูง แต่มีน้ำหนักเบากว่ามาก ดูทันสมัยกว่า และสะดวกกว่าเมื่อคุณต้องการทำความสะอาดสิ่งสกปรกอย่างรวดเร็ว เครื่องดูดฝุ่นมีสายนี้จึงเหมาะสำหรับทำความสะอาดเศษขยะบนพื้นผิวมากกว่าเน้นเรื่องการดูดฝุ่น ไม่ค่อยเหมาะสำหรับการทำความสะอาดพรม ความจุของถังขยะโดยทั่วไปก็มักจะมีขนาดเล็ก

เครื่องดูดฝุ่น มีสาย

5. หุ่นยนต์ดูดฝุ่น 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robotic Vacuums) อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หลายรุ่นสามารถควบคุมผ่านแอพสมาร์ทโฟนได้ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็จะทำความสะอาดของมันไป ส่วนเราก็มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีสิ่งกีดขวาง พื้นเปล่า และไม่เหมาะกับพรมทุกชนิด

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

 

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อจะเลือกซื้อ เครื่องดูดฝุ่น

สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นก็คือ ทำความสะอาดได้ดีเพียงใด โปรดจำไว้ว่าเครื่องดูดฝุ่นประเภทหนึ่งอาจมีคุณสมบัติที่ดึงดูดใจเรา แต่ก็ควรเหมาะกับความต้องการในการทำความสะอาดของเราด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็อาจเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า เครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดีกว่ากัน  เพื่อน ๆอาจลองพิจารณาจากสิ่งต่าง ๆที่เรากำลังจะกล่าวถึงเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด 

อาจเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ลักษณะของพื้นที่ที่เราต้องการจะทำความสะอาดก่อน ว่าเป็นพื้นพรม พื้นไม้เนื้อแข็งไปจนถึงกระเบื้อง หรือมีสิ่งกีดขวางภายในบ้านมากน้อยเพียงใด เป็นต้น และสำหรับใครที่มีสัตว์เลี้ยง เครื่องดูดฝุ่นแบบทรงตั้ง หรือ Upright และเครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุงเก็บกักฝุ่น (Canister Vacuum Cleaner) ทำงานได้ดีเยี่ยมในการดึงขนสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นพรม

พิจารณาคุณสมบัติหลัก ๆ 

  • สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพิจารณาก็คือ การดูดและการไหลของอากาศ ดังนั้นเราจะต้องรู้แรงดูดสุญญากาศของเครื่องดูดฝุ่น เพราะวัตต์และแอมป์เป็นการบอกว่ามอเตอร์ของเครื่องดูดฝุ่นใช้พลังงานไฟฟ้าเท่าใด ไม่ใช่พลังงานที่เครื่องสร้างขึ้นเพื่อดูดสิ่งสกปรก
  • พิจารณาเรื่องการกรอง เพราะหากเครื่องดูดฝุ่นไม่มีการกรองในระดับสูง ฝุ่นอนุภาคละเอียดจะผ่านเข้าไปในเครื่องดูดฝุ่นและกลับสู่อากาศในห้องเป็นฝุ่นละอองอีกได้

เพราะฉะนั้นถ้ามีใครในบ้านของเราเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือภาวะสุขภาพอื่น ๆที่ได้รับผลกระทบจากอนุภาคละเอียด หรือสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ขอแนะนำให้ใช้ครื่องดูดฝุ่นที่มีตัวกรอง HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) เราอาจสังเกตคำต่าง ๆอย่างเช่น “Certified HEPA” “True HEPA” หรือ “Absolute HEPA” ที่จะบ่งบอกว่าเป็นตัวกรอง HEPA ตรงตามมาตรฐานของ HEPA

  • พิจารณาเครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุงเก็บฝุ่นกับแบบไม่มีถุงเก็บฝุ่น   

เครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุงเก็บฝุ่น VS เครื่องดูดฝุ่นแบบไม่มีถุงเก็บฝุ่น

  • เครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุงเก็บฝุ่น มักจะกักเก็บสิ่งสกปรกไว้มากกว่าและลดการปล่อยฝุ่นออกไปในอากาศได้ด้วย
  • เครื่องดูดฝุ่นแบบไม่มีถุงเก็บฝุ่น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อถุง แต่ก็ยังต้องการตัวกรองเพิ่มเติม เช่น ตัวกรอง HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) เป็นตัวกรองคุณภาพสูงอย่างที่เราได้กล่าวไป สามารถกำจัดอนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน 99.97% ออกจากอากาศที่ไหลผ่านเครื่องได้ ซึ่งตัวกรองคุณภาพสูงนี้ก็จำเป็นต้องทำความสะอาดหรือต้องมีการเปลี่ยนตัวกรองเป็นระยะ ตัวกรองสำรองนี้มักจะมีราคาแพงกว่าถุงเป็นอย่างมาก

ดังนั้น ใครที่เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้อาจเลือก เครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุงเก็บฝุ่น หรือ เครื่องดูดฝุ่นแบบไม่มีถุงเก็บฝุ่น ที่ใช้ตัวกรอง HEPA ที่เป็นตัวกรองคุณภาพสูง ก็จะไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องฝุ่นที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของเราได้

  • เครื่องดูดฝุ่นพร้อมแปรงแบบใช้มอเตอร์ จะทำความสะอาดพรมได้ดีกว่าแบบดูดอย่างเดียว
  • เครื่องดูดฝุ่นที่มีสวิตช์ปิดการทำงานของแปรงได้ จะช่วยปกป้องพื้นผิวของพื้นที่เรากำลังทำความสะอาด และไม่ทำให้เศษขยะกระจัดกระจายอีกด้วย
  • พิจารณารุ่นที่มีระบบควบคุมปรับความสูงของพรมแบบแมนนวล เพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายและทำความสะอาดพรมได้อย่างทั่วถึง ซึ่งการปรับของบางรุ่นจะเป็นแบบอัตโนมัติ แต่การปรับแบบแมนนวลจะแม่นยำกว่า
  • พิจารณาการควบคุมการดูดทำความสะอาดผ้าม่านและผ้าชนิดอื่น ๆที่มีความละเอียดอ่อน สวิตช์สำหรับควบคุมการดูดช่วยให้ลดการไหลของอากาศผ่านท่อ ซึ่งมีประโยชน์ในการดูดทำความสะอาดเบาะและผ้าม่าน
  • เสียงการทำงานของเครื่องดูดฝุ่น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาจากสถานที่ที่เราจะทำความสะอาดมากกว่า หากเป็นห้องที่ปกติเสียงก้อง แน่นอนอยู่แล้วว่าเสียงการทำงานของมันย่อมดังกว่าปกติอยู่แล้ว
  • ไม่ใช่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั้งหมดที่มีการเชื่อมต่อ WiFi บางรุ่นไม่มีการเชื่อมต่ออาจจะดีกว่าในเรื่องความเป็นส่วนตัวของคุณ เนื่องจากไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังที่ใด แต่คุณก็อาจจะเสียคุณสมบัติพิเศษบางอย่างไป เช่น การทำแผนที่ และการทำความสะอาดตามเป้าหมายที่สามารถกำหนดได้เลย

 

พิจารณาโดยการลองใช้จริง

แม้ว่าเราจะอยากสั่งซื้อออนไลน์เพราะด้วยราคาหรือโปรโมชันที่น่าสนใจผ่าน “Shopee” หรือ “LAZADA” ที่ชอบจัดโปรอยู่บ่อย ๆ เราก็อยากให้ลองไปที่ร้านของแบรนด์นั้น ๆดูก่อน โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังจะตัดสินใจซื้อ เครื่องดูดฝุ่น รุ่นที่มีราคาค่อนข้างสูง อาจไปลองใช้ ลองยกเครื่องดูดฝุ่นที่เรากำลังพิจารณาอยู่นั้น ตรวจสอบการควบคุมและคุณสมบัติให้แน่ชัดจากพนักงานขาย หรืออาจจะเช็คราคาหรือโปรโมชันหน้าร้านอีกครั้งก็ได้เพื่อเป็นการเปรียบเทียบราคากับการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ 

 

เครื่องดูดฝุ่น ร้านดังโปรดีจาก Shopee

“DYSON” 

จากร้าน THEGOODLIFESTORE

 

 

เครื่องดูดฝุ่น

 


“Xiaomi”

จากร้าน sevenelenven

เครื่องดูดฝุ่น Xiaomi

 

 


“Xiaomi”

จากร้าน Youpin Thailand Store

 

 


“Airbot”

จากร้าน Airbot Thailand

เครื่องดูดฝุ่น Airbot

 

เครื่องดูดฝุ่น Airbot

 

 


“Samsung”

จากร้าน Samsung Thailand

 

 

 


ข้อมูลอ้างอิง 1 / 2

You may also like