Hydraulic system 101 : ทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ ระบบไฮดรอลิค และการดูแลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

by goodmaterial

ทุกวันนี้ ระบบไฮดรอลิค เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ด้วยความที่ระบบไฮดรอลิคมีความง่ายต่อการใช้งาน ขนาดที่เล็กแต่สามารถสร้างแรงได้มหาศาลช่วยให้บริษัทและอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มผลผลิตได้อย่างมาก

จากรายงานของ Statista.com รายงานว่าตลาดของการใช้งาน กระบอกไฮดรอลิก ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบไฮดรอลิคนั้นมีขนาด 9.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณสองแสนเก้าหมื่นล้านบาท) ในปี 2012 เพิ่มเป็นขนาด 12.5 พันล้านเหรียญสรหัฐ (ประมาณ 4 แสนล้านบาท) ในปี 2020 แสดงให้เห็นว่ามีจำนวนการใช้งานระบบไฮดรอลิคในโรงงานหรือไลน์การผลิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญ

ดังนั้นความเข้าใจในการเลือก และ การดูแลระบบไฮดรอลิค  จึงมีความสำคัญต่อบริษัทมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา เพราะ ถ้าบริษัทไหนสามารถใช้งานระบบการผลิตได้ดี สามารถลดต้นทุนของการเปลี่ยนอะไหล่ได้มาก และ สามารถลดการหยุดสายงานการผลิต (Machine Downtime) ได้มาก ย่อมหมายถึงประสิทธิภาพในการผลิตและ การแข่งขันที่สูงกว่าบริษัทอื่น ย่อมหมายถึงการชนะในการแข่งขัน

ในบทความนี้ Good Material จะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค การทำงาน รวมถึงการดูแลระบบ เพื่อให้การใช้งานเครื่องจักรไฮดรอลิคของบริษัทคุณมีประสิทธิภาพที่สุด

 

Table of Contents

ระบบไฮดรอลิค (Hydraulic System) คือ

ระบบไฮดรอลิค คือ เทคโนโลยีการขับเคลื่อนโดยใช้ของไหลเพื่อเคลื่อนย้ายพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ทำงาน (Actuator) โดยจะมีสองประเภทคือ กระบอกไฮดรอลิค และ มอเตอร์ไฮดรอลิค โดยมีของไหลหรือน้ำมันไฮดรอลิคเป็นตัวขับเคลื่อนพลังงานยู่ภายใน ของไหลในทางทฤษฎีตัวมันเองมีความหนาแน่นคงตัวทำให้ไม่สามารถถูกบีบอัดได้ 

ด้วยการใช้งานที่ง่ายและหลากหลาย ระบบไฮดรอลิกจึงถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมทั้งการใช้งานทั่วไปที่ใกล้ตัว เช่น แม่แรงยกของ ระบบลิฟต์ในอาคาร อุปกรณ์ก่อสร้าง ยานพาหนะ  อุตสาหกรรมการผลิต เช่น โรงงานกระดาษ โรงงานขึ้นรูปพลาสติก จนไปถึงอุตสาหกรรมผลิตเหล็กกล้า

หลักการทำงานของระบบไฮดรอลิค

การทำงานของระบบไฮดรอลิคเริ่มต้นที่ ระบบไฮดรอลิค จะใช้ของไหล (Fluid) อย่างน้ำมันไฮดรอลิคเพื่อสร้างความดัน อนุภาคของของไหลอัดแน่นมากจนไม่สามารถบีบอัดได้ เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่พวกมันชนกันและกระแทกกับผนังของภาชนะจนเป็นแรงเคลื่อนแนวตรงของกระบอกไฮดรอลิค

ความดันในของไหลถ่ายเทในระดับที่เท่ากันในทุกทิศทางแรงที่กระทำ ณ จุดหนึ่งบนของไหลจะพลักให้กระบอกไฮดรอลิกเคลื่อนเป็นแรงกล

คุณสามารถคำนวนความดันได้โดยใช้สมการ

สมการคำนวนความดัน F/(PxA)
  • P คือความดันในหน่วยปาสคาล
  • F คือแรงในหน่วยนิวตัน
  • A คือพื้นที่หน้าตัดเป็นเมตรกำลังสอง

โดยสิ่งนี้เรียกว่ากฎของปาสคาล 

แรงดันในระบบปิดจะมีค่าเท่ากันทุกทิศทาง

ในระบบไฮดรอลิคแรงขนาดเล็กบนพื้นที่หน้าตัดขนาดเล็กจะส่งแรงกดและสร้างแรงขนาดใหญ๋บนพื้นที่หน้าตัดที่ใหญ่กว่า โดยพื้นฐานแล้วหากคุณเชื่อมต่อสองกระบอกสูบขนาดใหญ่และขนาดเล็กและใช้แรงกับกระบอกสูงหนึ่ง กระบอกสูบจะสร้างแรงดันเท่ากันในทั้งสองกระบอกสูบ 

ในระบบไฮดรอลิคการที่เราต้องการแรงจากกระบอกไฮดรอลิคมากน้อยแค่ไหนก็สามารถทำได้โดยการออกแบบกระบอกสูบให้มีพื้นที่หน้าตัดมากน้อยตามต้องการหรือให้ปั้มที่มีแรงดันสูงขึ้น

อัตราการไหลของน้ำมันไฮดรอลิค 

อัตราการไหล (Flow Rate, Q) คือ อัตราการเคลื่อนที่ของน้ำมันไฮดรอลิคในอัตราส่วนปริมาตรหรือน้ำหนักต่อหน่วยเวลา โดยทั่วไปจะวัดปริมาตรของการไหลต่อหน่วยเวลาเป็นนาทีหรือวินาที แต่ที่นิยมใช้ที่สุดคือ ลิตร/นาที ถ้ากระบอกสูบมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากัน กระบอกสูบที่มีอัตราการไหลมากกว่าจะเคลื่อนที่เร็วกว่า เราสามารถเปรียบเทียบความเร็วของที่มีอัตราการไหลแตกต่างกัน

 

อุปกรณ์และส่วนประกอบของระบบไฮดรอลิค

การเปรียบเทียบอุปกรณ์ และ ระบบไฮดรอลิค ให้เห็นภาพได้ง่ายที่สุดคือ การเปรียบเทียบอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนอวัยวะในร่างกาย อวัยวะส่วนต่างๆที่มีหน้าที่ต่างกันรวมเป็นร่างกายที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ซึ่งเราสามาถเปรียบเทียบได้ดังนี้

  • ระบบไฮดรอลิค เสมือน ร่างกาย
  • ปั้มตัวใหญ่ เสมือน หัวใจที่คอยสูบฉีดเลือด
  • ตัวกรองในระบบ  เสมือน ตับไต ที่คอยกรองของเสีย
  • วาล์ว เสมือน สมองที่สั่งการ  
  • กระบอกไฮดรอลิคและมอเตอร์ เสมือนกล้ามเนื้อ แขน ขา ที่คอยทำงาน
  • น้ำมันไฮดรอลิค เสมือน  เลือดเป็นสิ่งคอยไหลเวียนหล่อเลี้ยงร่างกาย 

การดูแลระบบไฮดรอลิค

การบำรุงรักษา ระบบไฮดรอลิค ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คุณคิด ด้วยการบำรุงรักษาเป็นประจำ คุณจะคุ้นเคยกับส่วนประกอบและสามารถวินิจฉัยปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง

ส่วนประกอบของระบบไฮดรอลิคมีการทำงานร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ความเสียหายของส่วนประกอบหนึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นๆได้ ตัวอย่างเช่น น้ำมันที่มีความร้อนสูงเกินอาจส่งผลต่อผลให้ซีล ข้อต่อ ปะเก็น เสื่อมสภาพ ทำให้น้ำมันมีโอกาสรั่วไหลจนส่งผลให้กระบอกสูบ ปั้ม และ อื่นๆเสียหายได้ ซึ่งมันเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณต้องทำการบำรุงรักษาเป็นประจำเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

 รูปภาพจาก :  https://www.convergencetraining.com

ส่วนประกอบไฮดรอลิกที่สำคัญ พร้อมการดูแลเบื้องต้น

ปั๊มไฮดรอลิค (Hydraulic Pump)

ปั๊มไฮดรอลิกใช้สำหรับเลี้ยงอัดหรือขนส่งของเหลวจากส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนหนึ่ง โดยแบ่งออกเป็นปั๊มใบพัด ปั๊มเกียร์ และปั๊มลูกสูบ ในจำนวนนี้ปั๊มลูกสูบจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานแรงดันสูง

  • การดูแลปั้มไฮดรอลิกเบื้องต้น

นอกเหนือจากการตรวจสอบปั๊มเพื่อหาการสึกหรอและความเสียหายภายนอกที่ชัดเจนแล้ว คุณควรรู้จักคำว่า “โพรงอาการในปั๊ม” ปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อปั๊มไม่ได้รับน้ำมันจากถังน้ำมันในปริมาณที่เหมาะสม คุณต้องหมั่นตรวจหาโพรงอาการในปั๊ม โดยสังเกตุจากการฟังเสียงปั๊มเมื่อระบบไฮดรอลิกทำงาน หากมีเสียงหรือเหมือนมีอะไรอยู่ข้างในแล้วละก็ มันแสดงว่ามีโพรงอากาศเกิดขึ้นและควรปิดระบบทันที

กระบอกไฮดรอลิค (Hydraulic Cylinder)

กระบอกไฮดรอลิกเป็นกลไกที่แปลงพลังงานที่เก็บไว้ในของเหลวไฮดรอลิกให้เป็นแรงที่ใช้ในการเคลื่อนกระบอกสูบไปในทิศทางเชิงเส้น มันมีแอพพลิเคชั่นมากมายเช่นกัน กระบอกไฮดรอลิคมีทั้งการใช้ แบบกระบอกเดี่ยว หรือ แบบกระบอกคู่ ซึ่งจะทำงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบไฮดรอลิกที่สมบูรณ์ กระบอกสูบจะเริ่มต้นแรงดันของของเหลวซึ่งการไหลจะถูกควบคุมโดยมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

มอเตอร์ไฮดรอลิค (Hydraulic Pump)

มอเตอร์ไฮดรอลิก คือ เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนกำลังงานไฮดรอลิกส์ให้เป็นกำลังกล ซึ่งมีลักษณะการทำงานในแนวหมุนมีลักษณะเหมือน ปั๊มไฮดรอลิกส์ แต่การทำงานต่างกันคือ ปั๊มไฮดรอลิกส์หมุนด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า หรือ เครื่องยนต์เป็นตัวขับให้ปั๊มหมุนทำงาน ส่วนมอเตอร์ไฮดรอลิกส์ จะหมุนได้ด้วยการส่งแรงดันของน้ำมันไปขับให้หมุน

  • การดูแลกระบอกไฮดรอลิคและมอเตอร์

กระบอกสูบมีซีลและวงแหวนที่อาจเสียหายได้จากแรงดันส่วนเกินและสิ่งปนเปื้อนในน้ำมัน ต้องแน่ใจว่า น้ำมันไฮดรอลิกของคุณสะอาด โปรดตรวจสอบจุดที่แกนกระบอกสูบเคลื่อนที่เพื่อหารอยรั่วรวมทั้งความยาวของแท่งกระบอกสูบเพื่อค้นหารอยบุบหรือความเสียหายอื่นที่อาจทำให้น้ำมันและความดันลดลง

กระบอกสูบถูกออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักตามแกนเท่านั้น การถูกกระทบด้านข้าง จากสิ่งสกปรก ชิ้นส่วนที่สึกหรอของอุปกรณ์สามารถลดอายุการใช้งานกระบอกสูบโดยทำให้ซีลและแกนสึกหรอมากเกินไป

มอเตอร์ไฮดรอลิกก็เหมือนกับปั๊ม ดังนั้นการบำรุงรักษาหลักของคุณคือทำให้น้ำมันไฮดรอลิกสะอาดที่สุด เฟือง, ใบพัดและลูกสูบอาจมีรอยขีดข่วนจากสารปนเปื้อนซึ่งมันส่งผลให้แรงดันผิดปกติ ดังนั้นก่อนใช้งานทุกครั้ง เราแนะนำให้ตรวจสอบเพลาขับของมอเตอร์ว่ามีความเสียหายหรือรั่วซึมหรือไม่และต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า รอบต่อนาทีของมอเตอร์ถูกต้อง ในคู่มือของผู้ผลิตเครื่องจักรจะอธิบายขั้นตอนการทำงานเหล่านี้ให้ทราบ

วาล์ว (Hydraulic Valve)

วาล์วควบคุมทิศทาง วาล์วควบคุมแรงดัน และวาล์วควบคุมการไหล เป็นวาล์วไฮดรอลิกสามประเภท วาล์วเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการไหลของของเหลว ควบคุมความดันและอัตราการไหล

  • การดูแลวาวล์

วาล์วประกอบด้วยส่วนประกอบที่ทำหน้าที่ปิดกั้นหรือควบคุมการไหลโดยตรง สิ่งเหล่านี้สามารถถูกขีดข่วนและรั่วได้ (ภายใน) ทำให้แรงดันไฮดรอลิกต่ำ สารปนเปื้อนสามารถเกาะอยู่ในวาล์วและทำให้การไหลผิดปกติได้ ดังนั้นต้องมีการบำรุงรักษาความสะอาดของน้ำมันไฮดรอลิกเพื่อให้วาล์วทำงานได้ดีตามปกติอยู่เสมอ 

ตัวกรอง (Filter)

ระบบไฮดรอลิกใช้ตัวกรองเพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนที่มีอยู่ในของเหลว ประเภทของตัวกรอกนั้นมีหลากหลายประเภททั้ง On-line Filter , Off-line filter ส่วนใหญ่ที่ขายในท้องตลาดตัวกรองจะถูกระบุสเปคของการกรองว่า สามารถกรองสิ่งสกปรกได้ที่ขนาดใด เช่น ขนาด 3 หรือ 5 ไมครอน การดูแลจะต้องหมั่นตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าตัวกรองตันหรือยัง ถ้าตันต้องเปลี่ยนตามรอบที่กำหนด

ซีล (Hydraulic Seal)

ระบบไฮดรอลิกใช้ซีลที่แตกต่างกัน โดยซีลผลิตจากวัสดุหลากหลายประเภทซึ่งส่วนใหญ่เป็นพอลีเมอร์ ที่มีความเหนียวและยืดหยุ่น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิคไม่ให้ไหลออกสู่นอกระบบ  และป้องกันการไหลเข้าของอากาศเข้าไปในของเหลว  การที่ซีลมีหน้าที่สัมผัสกับน้ำมันไฮดรอลิกโดยตรงทำให้ได้รับแรงอัด ความดัน ความร้อน ถ้าน้ำมันมีความร้อนหรือความเป็นกรดที่สูง จะส่งผลโดยตรงทำให้ซีลแห้ง กรอบ และเสื่อมสภาพ จนเป็นสาเหตุให้น้ำมันรั่วได้ (Oil Leak)

  • การดูแลส่วนประกอบอื่นๆ

ขั้นตอนต่อไปของการบำรุงรักษาตามปกติคือการตรวจสอบท่อและข้อต่อเพื่อดูว่าได้รับความเสียหายหรือไม่และตรวจสอบให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพดีและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

  • การดูแลตรวจสอบท่อและสายต่างๆ 

สายโลหะอาจมีรอยบุบจากเครื่องมือที่ตกมาโดนหรือกระทบกับอุปกรณ์อื่น ๆ หรือสาเหตุอื่น ๆ อีกมากมาย โปรดตรวจสอบรอยแตกหรือรอยบุบที่อาจทำให้แรงดันรั่วได้ ท่อก็อาจเสียหายในลักษณะเดียวกันได้เช่นกัน รวมถึงอาจเกิดจากความร้อนสูงเกินไป, การสึกหรอและการผลิตที่มีข้อบกพร่อง ท่ออาจเสียหายภายในทำให้ชิ้นส่วนของท่อหลุดและเข้าสู่ระบบและเกิดการปนเปื้อน


ข้อดี-ข้อเสียของ ระบบไฮดรอลิค

ข้อดี บางของระบบไฮดรอลิค

ทุกระบบมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับแอฟพลิเคชั่นที่คุณต้องการจะดำเนินการ ในปัจจุบันระบบไฮดรอลิกส์ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากสามารถถ่ายเทพลังงานไปยังสถานที่ห่างไกลได้ โดยใช้ระบบที่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวจำนวนน้อยและมีประสิทธิภาพสูง ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบที่ง่ายและยืดหยุ่น ข้อดีของระบบไฮดรอลิกมีดังนี้

  • ระบบไฮดรอลิกควบคุมง่ายและมีความแม่นยำสูง เนื่องจากผู้ควบคุมสามารถเริ่ม หยุด เร่ง และชะลอระบบได้อย่างง่ายดายเพียงใช้คันโยกและปุ่มกด
  • ระบบไฮดรอลิกมีการดูแแลรักษาที่ง่ายกว่าระบบอื่นๆ เนื่องจากตัวระบบนี้ใช่ชิ้นส่วนที่เหลื่อนไหวน้อย
  • ระบบไฮดรอลิกสามารถให้แรงบิดหรือสร้างแรงที่คงที่โดยไม่คำนึกถึงการเปลี่ยนแปลงความเร็ว
  • สามารถวิเคราะห์จุดบกพร่องของระบบได้ง่าย
  • ระบบหล่อลื่นอย่างน้ำมันไฮดรอลิกจากระบบส่วนกลางช่วยหล่อลื่นและปกป้องส่วนที่มีโอกาสสึกหรอโดยอัตโนมัติ
  • ระบบไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ ดังนั้นระบบไฮดรอลิกจึงปลอดภัยที่จะใช้ในโรงงานสารเคมีหรือเหมืองแร่
  • สามารถปรับปริมาณของแรงขับเคลื่อนได้ง่ายเพียงการเพิ่มอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น หรือ การคูณแรง
  • ง่ายต่อการซ่อมแซมเครื่องจักรหลักในระบบไฮดรอลิค เช่น วาล์ว ปั้ม มอเตอร์

 

ข้อเสีย บางของ ระบบไฮดรอลิค

  • ของไหลไฮดรอลิกหรือน้ำมันไฮดรอลิคนั้นเปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักของระบบไฮดรอลิค การรั่วไหลของน้ำมันจะสร้างปัญหากับตัวระบบ ทั้งการได้แรงที่ไม่คงที่ รวมถึงการสร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาด้านความปลอดภัย
  • จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาที่เหมาะสม
  • การเลือกน้ำมันไฮดรอลิคต้องเลือกให้ถูกต้องเหมาะสมกับเครื่องจักร เช่น มีความหนืด (VI) ที่เหมาะสมตามสเปคของเครื่องจักร
  • จำเป็นต้องการมีการดูแลรักษาที่เหมาะสม
  • สารปนเปื้อน (Oil Comtamination) ที่อยู่ในน้ำมันไฮดรอลิคจะทำลายประสิทธิภาพของระบบ ดังนั้นจึงต้องมีการควมคุมความสะอาดอย่างต่อเนื่อง

 

การบำรุงรักษา ระบบไฮดรอลิค (Hydraulic Maintenance)

การบำรุงรักษาเครื่องจักรให้สมบูรณ์เป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของฝ่ายซ่อมบำรุงเพื่อให้ ระบบไฮดรอลิก นั้นสามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพที่สุด เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ และในกรณีร้ายแรงคือ ไม่ให้เครื่องจักรต้องหยุดเดิน (Machine Downtime) โดยไม่มีเหตุผลอันควร หรือมีเหตุต้องหยุดเครื่องเดินน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะทุกครั้งที่เครื่องจักรหยุดหมายถึง ผลกำไรของบริษัทที่ลดลง!!

ดังนั้นการรู้ว่า สาเหตุที่ทำให้เครื่องจักรไฮดรอลิคต้องหยุดเดิน (Machine Downtime) คืออะไร แล้วป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ใช่รอจนเครื่องจักรเสียหายแล้วค่อยมาแก้ที่ปลายเหตุ

จากการวิจัยของเชลล์ ผู้ซึ่งทำการผลิตน้ำมันไฮดรอลิกมาเป็นเวลากว่า 50 ปี  ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาที่เกิดกับระบบไฮดรอลิกนั้นเกิดจาก

  • 80% ของน้ำมันไฮดรอลิกที่ใช้มีสภาพไม่สมบูรณ์
  • 10% จากการวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้องรวมทั้งไม่มีความรู้ดีพอที่จะทำการแก้ไข
  • 10% เกิดจากการติดตั้งระบบไม่ดี เช่น ชิ้นส่วนต่างไม่ได้เข้ากันพอดี ซีลรั่ว

จะเห็นว่า 80% ของการหยุดเครื่องจักร มาจากน้ำมันไฮดรอลิกที่ใช้มีสภาพไม่สมบูรณ์คือ ปัญหาใหญ่อันดับหนึ่งของระบบไฮดรอลิก

Proactive Oil Maintenance หรือการดูแลน้ำมันไฮดรอลิคเชิงรุก จึงเป็นคำตอบ!!

การบำรุงรักษาระบบไฮดรอลิคอย่างยั่งยินคือการป้องกันหากคุณ ทำความสะอาดสิ่งปนเปื้อนออกจากระบบไฮดรอลิค คุณจะไม่พบกับปัญหาและความเสียหายทั้งหมด ถ้าคุณสามารถให้ให้น้ำมันสะอาดได้ตลอดเวลา คุณจะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันอีกเลย!!

หน้าที่ของคุณคือการ กำจัดสิ่งสกปรกทั้ง 3 ชนิดออกจากน้ำมันให้ได้ก่อนที่น้ำมันจะเสื่อมสภาพและเป็นสาเหตุในการเสียหายของเครื่องจักร โดยการ

  • Keep it CLEAN : โดยการกรองสิ่งสกปรกออกจากน้ำมัน เช่น ฝุ่น เศษของอุปกรณ์ ชิ้นส่วนอะไหล่ 
  • Keep it DRY : โดยการควบคุมความชื้น และ น้ำ ที่เข้ามาผสมในน้ำมัน
  • Keep it COOL : โดยการควบคุมอุณหภูมิของน้ำมัน และระบบ ไม่ให้ร้อนเกินไป จนน้ำมันเกิด Oxidation

อย่างที่เราได้เปรียบเทียบ ถ้าระบบไฮดรอลิก คือ ร่างกาย , น้ำมันไฮดรอลิก คือ เลือด ดังนั้นสิ่ง สกปรกในระบบไฮดรอลิกนั้นคือ โรคร้าย แต่มันคือโรคที่คุณสามารถควบคุมได้

ความล้มเหลวของอุปกรณ์และประสิทธิภาพที่ไม่ดีสามารถควบคุมได้หากคุณรักษาที่ต้นเหตุ: การปนเปื้อนของของเหลว
การปนเปื้อนของน้ำมันอุตสาหกรรมของคุณเป็นเหมือนโรค ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาจะแพร่กระจายไปยังส่วนประกอบสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ซึ่งทำให้ผู้ผลิตต้องเสียเงินหลายสิบล้านบาทได้ การอุดตัน การสึกกร่อน การกัดเซาะ และการบดพื้นผิวจากสิ่งสกปรก จะไปลดความแม่นยำของเครื่องจักรและในที่สุดประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ของคุณจะย่ำแย่ในที่สุด

Solution : OilPure Fluid Care

บริการ OilPure Fluid Care คือสิ่งที่โซลูชันของ  Oilpure Thailand “ที่ใช้เทคโนโลยีการทำให้น้ำมันหล่อลื่นกลับมาบริสุทธิ์ที่เราคิดค้นขึ้นเองและถูกพิสูจน์จากลูกค้ามากกว่า 430 รายในประเทศสหรัฐอเมริกา “เราจะช่วยคุณรักษาสุขภาพของอุปกรณ์ของคุณ  ” เทคโนโลยีการควบคุมการปนเปื้อนของเราจะช่วยในเรื่อง

 

 

1.ดูดซับอนุภาคแขวนลอย – กำจัดอนุภาคก่อนที่จะอุดตันหรือเข้าสู่พื้นที่ที่มีช่องว่างแคบซึ่งทำให้เกิดการสึกกร่อนการรั่วไหลและการหยุดทำงานโดยไม่ได้วางแผนไว้

  • กำจัดอนุภาคที่เป็นของแข็งลงไป 1 ถึง 3 ไมครอนสัมบูรณ์หรือบรรลุความสะอาดของน้ำมัน ISO Code 13/10

2.ดูดซับน้ำที่ผสมในน้ำมันออก – กรองสาเหตุสำคัญของการเสื่อมสภาพของน้ำมัน

  • นำน้ำที่ละลายแล้วลงเหลือน้อยกว่า 100 ppm จาก 3,000 ppm (ส่วนต่อล้าน) เมื่อปริมาณน้ำสูงขึ้น

3.ขจัดผลพลอยได้จากการเกิดออกซิเดชั่น Oxidation by Product – ป้องกันไม่ให้มีคราบเหนียวหรือขี้เหนียวตกค้าง สร้างชิ้นส่วนที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักร

สำหรับการใช้งานส่วนใหญ่เทคนิคการทำให้บริสุทธิ์เหล่านี้จะช่วยคุณขจัดเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้ค่าบำรุงรักษาสูง นอกจากนี้คุณสามารถประหยัดได้อย่างมากในการซื้อน้ำมันใหม่รวมทั้งหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายและ จำกัด ค่าใช้จ่ายและจำกัดความรับผิดชอบในการกำจัดน้ำมันเสีย

  • ขจัดผลพลอยได้จากการเกิดออกซิเดชันซึ่งทำให้เกิดความเป็นกรดสูง ในน้ำมันและทำให้ Total Acid Number (TAN) เพิ่มขึ้น

4.กักเก็บสารเติมแต่ง – ควบคุมความบริสุทธิ์ของน้ำมันด้วยสารกรอง ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงการหล่อลื่นที่สำคัญของน้ำมันป้องกันการสึกหรอ และคุณสมบัติอื่น ๆ จากสารเติมแต่ง

  • รักษาสารเติมแต่งน้ำมันดั้งเดิม

สรุปเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค

ระบบไฮดรอลิค เป็นระบบที่ใช้งานง่าย มีความยืดหยุ่น สามารถสร้างแรงได้มากจากระบบที่เล็ก อีกทั้งยังสร้างตัวคูณแรงได้เพียงเพิ่มอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดของระบบ คือ การดูแลของไหลในระบบอย่าง น้ำมันไฮดรอลิคให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้าคุณสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องรับรองได้เลยว่าประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรจะดีเยี่ยม มีความแม่นยำสูง

 

  • หากท่านต้องการนำเนื้อหาหรือข้อมูลจากเว็ปเราไปใช้งานเพื่อเผยแพร่ให้ความรู้โดยไม่มีผลประโยชน์ โปรดติดลิ้งค์เครดิตกลับมาหาเราที่หน้านี้
  • แหล่งข้อมูลอ้างอิง 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6

You may also like